|
HTML clipboard
เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ ในหลวงทรงพระประชวร
และประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือนนั้น
ประชาชนชาวไทยได้พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ
ประชาชนทั้งประเทศ มีทั้งรู้สึกเป็นห่วง
และก็มีทั้งรู้สึกดีใจเพื่อรอฟังข่าวดีหากเมื่อถึงเวลาเสด็จสวรรค์คต
ที่คนเราทุกคนไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงความตายไปได้ตามหลักศาสนา
ถึงแม้ว่าประชาชนส่วนหนึ่งจะอุปโลกให้ในหลวงเป็นถึงเทวดาแล้วก็ตาม
สำหรับตัวผมมีความรู้สึกมานานกว่าสามปีแล้วว่า ในหลวงนั้น ตายไปจากความรู้สึกผม
นับตั้งแต่ท่าน ยอมรับการกระทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 สิ่งที่พระองค์ทรงยอมรับในการปฎิวัตินั้น
เท่ากับว่าพระองค์คือคนที่ทำลายรัฐธรรมนูญเอง อย่าไปโทษพลเอกเปรมฯ
หรืออย่าไปโทษทหารที่เข้ามาปฎิวัติเลย
พระองค์เท่านั้นที่มีพระราชอำนาจทุกอย่างเหนือกว่ากฎหมาย
เหนือกว่าความรู้สึกประชาชน
ซึ่งพระองค์ก็ไม่คิดเกรงใจประชาชนทั้งประเทศที่เป็นเจ้าของประเทศ
และเจ้าของอำนาจในระบอบประชาธิปไตยเลย
และพระองค์ก็มีอำนาจเหนือกว่าอำนาจทุกอำนาจในประเทศไทย
และย่อมควรแยกแยะออกว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งที่ดีมากกว่า สิ่งที่ดีน้อยกว่า
หรือสิ่งที่เสีย มากกว่าสิ่งที่ดี เพราะฉนั้นการ ที่ในหลวงทรงยอมรับการปฎิวัตินั้น
พระองค์ก็คือคนที่ทรยศต่อประชาชน และทรยศในระบอบประชาธิปไตย
ร่วมกับคณะทหารที่ปล้นอำนาจจากประชาชน
จนทำให้การปกครองในประเทศเสียหายล้มลุกคลุกคลาน ประชาชนแตกแยก
เพราะหลงเชื่อในสิ่งที่ผิด ที่ถูกฝ่ายที่มีอำนาจปลูกฝั่ง ปลุกปั่น
ครอบงำให้ประชาชนหลงเชื่อในสิ่งที่ผิดไปจากความเป็นจริง
หรือหลงเชื่อในสิ่งที่ขัดต่อความเป็นหลักสากลที่คนในโลกเขาไม่คิด และเชื่อถือกัน
การมอมเมาหลอกลวงสร้างภาพให้ประชาชน
และคนในประเทศให้มีหน้าที่เคารพบูชาตัวเองเพียงอย่างเดียวนั้น
เท่ากับเป็นการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ในฐานะที่เราก็เกิดมาเป็นคนเหมือนกัน
แต่การทำลายกติกาหรือ การทำลายระบอบการปกครองนั้น
เปรียบเสมือนในหลวงใช้อำนาจในทางมิชอบด้วยประการทั้งปวง เพราะประชาชนเสียหาย
และได้รับความเดือดร้อนในการกระทำของพระองค์ที่ยอมรับการกระทำรัฐประหาร
เมื่อปรากฎว่าพระองค์คือบุคลที่เป็นคนที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยเสียเอง
ผมจึงไม่ให้อภัยในพฤติกรรมของพระองค์
ความรู้สึกที่ดีที่เคยมีมาตั้งแต่แต่จำความได้ว่า
พ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่พร่ำสอนให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หรือ
ต่อองค์ในหลวงนั้น มันมีความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเป็นอย่างยิ่ง
ที่หลงเทิดทูนพระองค์มาทั้งชีวิตเพราะคิดว่าเขาคือเทวดาที่ปกปักษ์รักษาประชาชน
เขาคือคนที่เมื่อเราเคารพเทิดทูนเขาแล้ว เราจะมีความสุขความเจริญ และอยู่ดีกินดี
ซึ่งที่จริงทั้งชีวิตที่รอคอยมาก็ไม่เห็นเคยปรากฎสิ่งดีๆ ในชีวิตเลย
ตรงกันข้ามนับวันชีวิตคนไทยในประเทศ มีแต่วันล่มจมลง ข้าวยากหมากแพง
ทำงานมีแต่แค่หาเช้ากินค่ำ ชักหน้าไม่ถึงหลัง สังคมคนไทยแตกแยก
คนในครอบครัวเดียวกันแต่มีความคิดเห็นต่างกัน บางคนเลิกคุยกันเลยก็มี
นี่หรือผลลัพท์ ที่เราคนไทยทั้งประเทศ ได้มอบความรัก
และเทิดทูนต่อในหลวงอย่างนั้นหรือ? ภาพดีๆ ทั้งหลายที่เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ นับสิบๆ
ปี นั้นมันคือภาพลวงตาที่ประชาชนถูกมอมเมามาโดยตลอด
พระราชกรณีกิจต่างๆ ของพระองค์ ที่เราเห็นตามสื่อต่างๆ นั้น
แท้ที่จริงแล้ว ท่านไม่ได้ทำไปเพราะความห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ด้วยใจจริง
แต่ที่ทำไปนั้น ก็เพียงเพื่อทำให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ยังมีความห่วงใยประชาชน
มากกว่ารัฐบาล จึงเกิดการมีอคติที่ประชาชนทั้งประเทศ
มองนักการเมืองเป็นเพียงนักฉกฉวยเท่านั้น
และไม่เคยดูแลทุกข์สุขของประชาชนเหมือนกับในหลวง
ความศรัทธาทั้งหลายกับตกไปอยู่ที่พระมหากษัตริย์ ทั้งๆ
ที่นักการเมืองคือตัวแทนประชาชน ในการดูแลทุกข์สุข และมีหน้าที่บริหารประเทศ
การแก่งแย่งความดีความชอบตรงนี้ จึงทำให้ประชาชนทั้งประเทศหลงไหลในตัวในหลวง
และลืมความเป็นประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง โดยกลับไปนิยมลัทธิกษัตริย์
และลืมคำว่าประชาธิปไตย
การที่ประชาชนออกไปลงคะแนนเลือกตั้งให้นักการเมืองนั้นเป็นเพียงประเพณีในระบบที่ต้องปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง
เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่นานาชาติต้อง
ยอมรับ และให้เกียรติตามหลักสากล ซึ่งเนื้อแท้ของความเป็นจริงนั้นเต็มไปด้วยการสร้างภาพ
การสร้างหลักความงมงายต่างๆ ที่มอมเมาประชาชน และเอาเปรียบประชาชน
เต็มไปด้วยความเป็นเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ
โดยการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องตัวเองทุกคนที่เทิดทูน
และมีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์โดยสารพัดนานาประโยชน์ทั้งหลาย
ที่สามารถนำไปอ้างอิงหรืออวดอ้างเพื่อเป็นหลักประกันในการเอาเปรียบผู้อื่นที่ไม่มีโอกาส
อาทิเช่น เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งหลาย สายสะพาย ยศฐาบรรดาศักดิ์
ตำแหน่งคุณหญิง ท่านผู้หญิง จนเป็นที่คลั่งไคล้
ของคนทุกวงการ ที่ลามไปถึงพระสงฆ์องค์เจ้า ที่อวดอ้างตำแหน่งที่ได้รับจากในหลวง
ที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าคุณทั้งหลาย เพื่อเอาไปขมขู่อวดอ้างบารมีกับพระสงฆ์ที่มีพรรษา
ที่บวชมามากกว่า และมีวิริยะอุสาหะมากกว่าตัวเอง ซึ่งตรงนี้เอง
มันขัดกับเจตนารมณ์ของหลักคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า
การหยิบยื่นลาภยศทั้งหลายเหล่านี้นั้น เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนใกล้ชิดในหลวง
ฉกฉวยหาผลประโยชน์ และพากันสร้างธุรกิจ มีกระบวนการซื้อขายเครื่องราชอิสริยาภรณ์
และตำแหน่งต่างๆ จนเกิดหลักฐานความผิดปรากฎขึ้นหลายครั้ง
แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังมีการซื้อขายกันเกร่ออยู่ทุกๆ ปี
นี้คือผลพวงแห่งอำนาจของในหลวงที่นำไปใช้ในทางที่ผิดมาโดยตลอด
แต่ประชาชนบางคนก็ไม่คิดที่ใช้สติของความเป็นคน นำมาพินิจพิจารณาความชั่วดี
หรือถูกผิด
สรุปความว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศทั้งหมด
จนทำให้ประเทศชาติฉิบหายย่อยยับในวันนี้นั้น
ก็คือเหตุที่ในหลวงยอมรับการกระทำรัฐประหาร เพราะลำพังทหารสามสี่คน
และประธานองคมนตรีหนึ่งคน ที่เข้าเฝ้าเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญของประชาชนทิ้งนั้น
เขาไม่มีอำนาจเท่าในหลวง พระองค์เท่านั้นที่มีอำนาจสั่งการคนไทยทั้งประเทศได้
เพราะฉะนั้นการที่ประชาชนคนไทย ได้รับความเดือดร้อน เกิดความแตกแยก
เกิดการทำลายระบบตุลาการกฎหมายที่เอนเอียง เพียงช่วยเหลือเข้าข้างแค่คนของตัวเอง
จนทำให้ประเทศชาติเสียภาพพจน์ จนเศรษฐกิจย่อยยับนั้น
ในหลวงก็ไม่คิดที่จะออกมารับผิดที่ตัวเองเป็นคนทำผิด
ที่ยอมรับการปฎิวัติที่ทำลายอำนาจทุกอำนาจทั้ง อำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ
จนพังพินาศอยู่จนถึงทุกวันนี้
ครั้งหนึ่งผมก็เคยเทิดทูน และมีความจงรักภักดีในหลวงมาตลอดชิวิต
แต่มาวันนี้เมื่อผมเห็นว่าความผิดทั้งหลายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
มันมาจากอำนาจที่ในหลวงมีอยู่ ที่เขานำมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจนทำให้ประชาชน
เสียผลประโยชน์ และขาดโอกาส ผมจึงมีความรู้สึกว่า ความเคารพที่มีต่อเขานั้น
มันตายไปจากความรู้สึกของผม
นับแต่พระองค์ร่วมมือกับคณะปฎิวัติที่ยึดอำนาจไปจากประชาชนในวันนั้น นั่นเอง
 |
ทีพ่อมึง โกงแล้วโกงอีก มึงไม่พูดสักคำ